เจ. อาร์. อาร์. โทลคีน
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เจ. อาร์. อาร์. โทลคีน หรือชื่อเต็ม จอห์น โรนัลด์ รูเอล โทลคีน (John Ronald Reuel Tolkien นามปากกาว่า J. R. R. Tolkien ) (3 มกราคม ค.ศ. 1892 – 2 กันยายน ค.ศ. 1973) เป็นผู้แต่งเรื่องฮอบบิท และลอร์ดออฟเดอะริงส์ ซึ่งเป็นนวนิยายภาคต่อเนื่องกัน
โทลคีนเข้าศึกษาเบื้องต้นที่โรงเรียนคิงเอดเวิดส์ เมืองเบอร์มิงแฮม และ มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด ทำงานเป็นผู้อ่านตรวจทานภาษาอังกฤษที่ มหาวิทยาลัยลีดส์ ตั้งแต่ ค.ศ. 1920 - 1925 และเป็นศาสตราจารย์สาขาแองโกล-แซกซอน ที่มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด ตั้งแต่ ค.ศ. 1925 1945 ทั้งยังเป็นศาสตราจารย์ด้านภาษาและวรรณคดีอังกฤษ ที่อ๊อกซฟอร์ดเช่นกัน ตั้งแต่ ค.ศ. 1945 - 1959
โทลคีนนับเป็นชาวคาทอลิกที่เคร่งครัด เป็นสมาชิกของกลุ่มที่ชุมนุมเพื่อถกเถียงด้านวรรณกรรม ชื่อ อิงคลิงส์ (Inklings) และได้รู้จักสนิทสนมกับ ซี. เอส. ลิวอิส นักเขียนนวนิยายและวรรณกรรมเยาวชน เรื่องตำนานแห่งนาร์เนีย ที่มีชื่อเสียงอีกคนหนึ่งของอังกฤษ
เรื่องที่ตีพิมพ์ในช่วงชีวิตโทลคีนนั้นมีจำนวนน้อยมาก แต่เรื่องส่วนมากนั้น ลูกชายของโทลคีน คริสโตเฟอร์ โทลคีน ได้นำเรื่องที่บิดาของตนแต่งออกไปตีพิมพ์ จึงทำให้เรื่องเหล่านั้นโด่งดังมาก จนมีผู้คนขนานนามให้ว่า บิดาแห่งแฟนตาซีสมัยใหม่ระดับสูง (father of the modern high fantasy genre)
สารบัญ |
[แก้] ประวัติ
[แก้] ครอบครัว
เท่าที่ได้ทราบมา ตระกูลของโทลคีนนั้น เป็นตระกูลของจิตรกร มีภูมิลำเนาอยู่ในเมืองเซโซนี ประเทศเยอรมนี แต่ได้อพยพย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ในอังกฤษตั้งแต่คริสตศตวรรษที่ 18 นามสกุลโทลคีนนั้น ได้เปลี่ยนจากภาษาเยอรมันคำว่า "Tollkiehn" (tollkühn) มาเป็น Tolkien เพื่อให้เข้ากับภาษาอังกฤษ โทลคีนได้แต่งงานกับนางสาว เอดิธ แมรี่ แบรท และมีลูกด้วยกันถึง 4 คน ได้แก่ จอร์น ฟรานซิส รูเอล (17 พ.ย. 1917 – 22 ม.ค. 2003) ไมเคิล ไฮลารี รูเอล (ต.ค. 1920–1984) คริสโตเฟอร์ จอร์น รูเอล (1924 – ) และ พริสซิวล์ลา แอนน์ รูเอล (1929 – )
[แก้] วัยเด็ก
โทลคีนเกิดเมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2435(ค.ศ. 1892) ในเมือง Bloemfontein ในรัฐอิสระ ประเทศแอฟริกาใต้ เป็นบุตรของ อาเธอร์ รูเอล โทลคีน (พ.ศ. 2400-2439, ค.ศ. 1857–1896) นายธนาคารอังกฤษ กับภรรยา มาเบล นี สัฟเฟล (พ.ศ. 2413-2447, ค.ศ. 1870–1904) โทลคีนมีน้องชายหนึ่งคน ชื่อ ไฮลารี อาเธอร์ ลูเอล ซึ่งเกิดเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2437 (ค.ศ. 1894)
ในขณะที่อาศัยอยู่ในอัฟริกาใต้ เขาได้ถูกแมงมุมในสวนของเขากัด ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้โทลคีนนำไปรวมแต่งเป็นเหตุการณ์กับเรื่องลอร์ดออฟเดอะลิงส์
เมื่ออายุได้ 3 ปี โทลคีนได้ไปประเทศอังกฤษกับแม่ ซึ่งในขณะนั้นพ่อของเขาได้เสียชีวิตลงด้วยโรคไขข้ออักเสบไปแล้ว ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ครอบครัวไม่มีรายได้ ดังนั้นแม่ของเขาจึงต้องนำตัวเขาให้ไปอยู่อาศัยกับตายายของโทลคีนในเมืองเบอร์มิงแฮม เขายังได้ย้ายไปอยู่อาศัยในเมืองอื่น ๆ รอบ ๆ ด้วย ซึ่งทำให้เขาสามารถคิดฉากในเรื่องที่เขาจะแต่งได้ในอนาคตอีกด้วย
พี่น้องตระกูลโทลคีนนี้ฉลาดหลักแหลมมาก แม่ของพวกเขาสอนเรื่องพฤกษาสตร์ให้แก่พวกเขา ซึ่งทำให้ทั้ง 2 คนทราบข้อมูลเกี่ยวกับพืชได้ดีมาก แต่วิชาที่โทลคีนสนใจที่สุดก็คือวิชาภาษาศาสตร์ โดยเฉพาะภาษาลาติน ซึ่งเขาสามารถอ่านออกได้ตั้งแต่มีอายุได้ 4 ปี และเขียนได้หลังจากนั้นอีกไม่นาน
ในปี พ.ศ. 2443 (ค.ศ. 1900) แม่ของโทลคีนได้หันมานับถือนิกายโรมันคาทอลิก ในขณะที่ครอบครัวของเธอเองได้คัดค้านอย่างรุนแรง เธอได้เสียชีวิตลงด้วยโรคเบาหวานในอีก 4 ปีต่อมา ซึ่งเป็นเวลาที่โทลคีนมีอายุได้ 12 ปี โทลคีนยังรู้สึกอีกว่าเขาได้รับอิทธิพลในการนับถือนิกายโรมันคาทอลิกจากแม่อย่างมากอีกด้วย เขาได้ถูกนำตัวไปอยู่อาศัยกับบาทหลวงฟรานซิส ซาเวียร์ มอร์แกน หลังจากที่แม่ของเขาได้เสียชีวิตลงไป ซึ่งทำให้เขาได้รับอิทธิพลจากหอคอยวิกตอเลียมาเป็นหอคอยสีดำในเรื่องที่เขาจะแต่ง อิทธิพลอย่างแรงอีกอย่างหนึ่งซึ่งทำให้เขาเขียนเรื่องออกมาได้ก็คือ งานแสดงภาพที่เมืองเบอร์มิงแฮม
[แก้] วัยหนุ่ม
เมื่อโทลคีนมีอายุได้ 16 ปี เขาได้ตกหลุมรักกับเด็กสาว ผู้ซึ่งแก่วัยกว่า 3 ปีนามว่า เอดิธ เมรี่ แบรท แต่บาทหลวงฟรายซิสห้ามให้เขาไปคุยกับนาง จนกว่าจะมีอายุได้ 21 ปี และเขาก็ปฏิบัติิตัวเช่นนั้นอย่างเคร่งครัดเลยทีเดียว
ในปี พ.ศ. 2454(ค.ศ. 1911)ในขณะที่เรียนอยู่ใน โรงเรียนคิงเอ็ดเวิร์ด เบอร์มิงแฮม โทลคีน และเพื่อนอีก 3 คน รอบ กิบสัน, เจฟฟี่ สมิธ และคริสโตเฟอร์ ไวส์แมน ได้ตั้งสมาคมรับ the T.C.B.S. ย่อมาจาก Tea Club and Barrovian Society ซึ่งมีที่มามาจากการชื่นชอบในการดื่มน้ำชาของทั้ง 4 ในร้านบาร์รอ(Barrow's Stores) ห้องสมุดของโรงเรียน หลังจากออกจากโรงเรียน ถึงออกจากโรงเรียนแล้วก็ยังติดต่อกันอยู่เหมือนเดิม และในเดือน ธันวาคม ปี พ.ศ. 2457 (ค.ศ. 1914) ทั้ง 4 ก็ได้มารวมตัวประชุมกันอีกครั้งที่บ้านไวส์แมน สำหรับโทลคีนแล้ว การพบกันครั้งนี้ เป็นการได้รับแรงบันดาลใจที่จะเขียนนวนิยายของเขา
ฤดูร้อนปี พ.ศ. 2454 (ค.ศ. 1911) โทลคีนได้ไปเยือนสวิตเซอร์แลนด์ และในอีก 57 ปีต่อมา เขาก็ได้ระลึกถึงที่นั่น โดยเขียนเรื่องเปรียบเทียบการเดินทางของเขาในเทือกเขาแอลป์ กับการผจญภัยในเรื่องฮอบบิทของบิลโบ้ แบ็กกินส์ ในเทือกเขามิสตี้
ในคืนวันเกิดอายุ 21 ปีของโทลคีน เขาได้เขียนจดหมายถึงเอดิธ หญิงสาวที่รัก เพื่อจะขอให้แต่งงานกับเขา แต่เธอได้บอกกับเขาว่า ได้หมั้นกับผู้ชายคนหนึ่งไว้แล้ว เพราะคิดว่าโทลคีนลืมเธอไป ทั้ง 2 มาพบกันใต้สะพานรถไฟเก่าๆ และคิดที่จะฟื้นความสัมพันธ์กันใหม่ เอดิธ จึงนำแหวนไปคืนชายคนนั้น และตัดสินใจที่จะมาแต่งงานกับโทลคีน หลังจากนั้น ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2456 ทั้ง 2 ก็หมั้นกันในเมืองเบอร์มิงแฮม และเมื่อถึงวันที่ 22 มีนาคม ของอีก 3 ปีต่อมา ทั้ง 2 ก็แต่งงานกัน ในประเทศอังกฤษ แล้วจึงแต่งงานกัน
หลังจากจบปริญญาตรี เอกภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยอ็อกฟอร์ด ในปี พ.ศ. 2458 (ค.ศ. 1915)แล้ว เขาได้ไปเข้าร่วมกับกองทัพอังกฤษในสงครามโลกครั้งที่ 1 กองทัพที่ 11 แห่ง Lancashire Fusiliers มียศเป็นร้อยตรี กองพันของเขาได้ย้ายไปประเทศฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1916 ปีเดียวกันที่แต่งงาน เขาได้ทำงานเป็นพนักงานการสื่อสาร จนถึงวันที่ 27 ตุลาคม เขาได้ล้มป่วยเป็นไข้กลับ และได้กลับไปอังกฤษในวันที่ 8 พฤศจิกายน เพื่อนร่วมงาน และเพื่อนสนิทของเขาหลายคนได้ถูกสังหารในระหว่างสงคราม ในระหว่างที่รอพักฟื้น โทลคีนได้เขียนนวนิยายเรื่องแรกของเขา The Book of Lost Tales เริ่มต้นด้วยการล่มสลายของกอนโดลิน
[แก้] หน้าที่การงาน
หลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 1 โทลคีนก็ได้ไปเป็นพนักงานในเครือพจนานุกรมอังกฤษอ็อกฟอร์ด ในปี พ.ศ. 2463 (ค.ศ. 1920) เขาได้มาเป็นหัวหน้าของกลุ่ม มหาวิทยาลัยลีดส์ และ อีก 4 ปีต่อมา เขาก็ได้เป็นศาสตราจารย์ แต่หลังจากนั้นอีกปี เขาก็กลับไปที่อ็อกฟอร์ด ในฐานะศาสตราจารย์แห่งวิทยาลัยเพมโบรค
ในระหว่างที่อยู่เพมโบรค โทลคีนได้เขียนเรื่อง เดอะฮอบบิท และ เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ 2 ตอน
ในปี พ.ศ. 2488 (ค.ศ. 1945) ปีสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 โทลคีนย้ายไปสอนที่วิทยาลัยเมอร์ตัน เมืองอ็อกฟอร์ด ไปเป็นศาสตราจารย์อักษรศาสตร์ จนถึงปลดเกษียนเมื่อปี พ.ศ. 2502 (ค.ศ. 1959) โทลคีนได้เขียนลอร์ดออฟเดอะริงส์เสร็จ 1 ปีที่แล้ว หลังเว้นพักการเขียนประมาณ 10 ปี
เมื่อถึงทศวรรษที่ 1950 โทลคีนได้กลับไปอยู่อาศัยกับลูกชายคนโตของเขา จอร์น ฟรานซิส ในเมือง Stoke-on-Trent ประเทศอังกฤษ โทลคีนไม่ชอบการปฏิวัติอุตสาหกรรมอย่างมาก เนื่องจากเขาคิดว่ามันได้ทำลายบ้านนอกของอังกฤษแล้ว ในวัยที่ยังหนุ่มกว่านี้ เขาพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการขี่รถ และหันมาขี่จักรยานแทน อิทธิพลนี้จึงสามารถเห็นได้ในเรื่องของเขา ตอนที่ไชร์ถูกบุกรุกด้วยอุตสาหกรรม
[แก้] ปลดเกษียนและวัยชรา
ในช่วงปีตั้งแต่เกษียน พ.ศ. 2502 (ค.ศ. 1959) จนถึงเสียชีวิตในปี พ.ศ. 2516 (ค.ศ. 1973) เขาได้รับชื่อเสียงจากนวนิยายของเขาอย่างมาก เขามีชื่อเสียงไปทั่วอังกฤษ และอเมริกา โทลคีนยังได้รับเลือกให้เป็นผู้บังคับบัญชาการหรือเพื่อนแห่งเครือจักรภพอังกฤษ โดยพระราชินีอลิซาเบ็ธที่ 2 ที่พระราชวังแบคคิงแฮม เมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2515 (ค.ศ. 1972)
นาง เอดิธ โทลคีน ได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514 (ค.ศ. 1971) โดยมีอายุได้ 82 ปี โทลคีนยังให้แกะสลักคำว่า ลูเธียน (Lúthien) ซึ่งเป็นตัวละครเอลฟ์ที่ได้แนวความคิดมาจากเอดิธในเรื่องที่เขาแต่ง หลังชื่อของนางในป้ายหลุ่มศพด้วย และเมื่อโทลคีนเสียชีวิตหลังจากนั้นอีก 21 เดือน ในวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2516(ค.ศ. 1973) อายุได้ 82 ปี เขาก็ได้สั่งไว้ให้ฝังตนเองในหลุมเดียวกันกับนางเอดิธด้วย และให้เติมคำว่า เบเรน ข้างหลังชื่อเขาอีกด้วย ดังนั้นป้ายหลุมศพจึงได้เขียนไว้ดังนี้ Edith Mary Tolkien, Lúthien, 1889–1971 John Ronald Reuel Tolkien, Beren, 1892–1973
[แก้] ผลงาน
[แก้] วรรณกรรม
- พ.ศ. 2480 (ค.ศ. 1937) เดอะฮอบบิท (The Hobbit)
- พ.ศ. 2488 (ค.ศ. 1945) Leaf by Niggle (เรื่องสั้น)
- พ.ศ. 2488 (ค.ศ. 1945) The Lay of Aotrou and Itroun
- พ.ศ. 2492 (ค.ศ. 1949) กษัตริย์ชาวไร่ (Farmer Giles of Ham) (นิยายยุคกลาง)
- พ.ศ. 2496 (ค.ศ. 1953) The Homecoming of Beorhtnoth Beorhthelm's Son
- พ.ศ. 2497 (ค.ศ. 1954) ลอร์ดออฟเดอะริงส์ภาคแรก ลอร์ดออฟเดอะริงส์ มหันตภัยแห่งแหวน (The Fellowship of the Ring)
- พ.ศ. 2497 (ค.ศ. 1954) ลอร์ดออฟเดอะริงส์ภาคที่สอง หอคอยคู่พิฆาต (The Two Towers)
- พ.ศ. 2498 (ค.ศ. 1955) ลอร์ดออฟเดอะริงส์ภาคสุดท้าย กษัตริย์คืนบัลลังก์ (The Return of the King)
- พ.ศ. 2505 (ค.ศ. 1962) การผจญภัยของทอม บอมบาดิลล์ (The Adventures of Tom Bombadil)
- พ.ศ. 2507 (ค.ศ. 1964) Tree and Leaf
- พ.ศ. 2509 (ค.ศ. 1966) The Tolkien Reader
- พ.ศ. 2509 (ค.ศ. 1966) Tolkien on Tolkien (ชีวประวัติของผู้แต่ง)
- พ.ศ. 2510 (ค.ศ. 1967) The Road Goes Ever On กับ Donald Swann
- พ.ศ. 2510 (ค.ศ. 1967) Smith of Wootton Major
[แก้] ผลงานที่ถูกตีพิมพ์หลังเสียชีวิต
- พ.ศ. 2518 (ค.ศ. 1975) Translations of Sir Gawain and the Green Knight, Pearl (poem) and Sir Orfeo
- พ.ศ. 2519 (ค.ศ. 1976) A Tolkien Miscellany
- พ.ศ. 2519 (ค.ศ. 1976) The Father Christmas Letters
- พ.ศ. 2520 (ค.ศ. 1977) ซิลมาริลลิออน (The Silmarillion)
- พ.ศ. 2522 (ค.ศ. 1979) รูปที่ถ่ายโดยโทลคีน
- พ.ศ. 2523 (ค.ศ. 1980) นิทานไม่รู้จบแห่ง นูเมนอร์ และมิดเดิลเอิร์ธ (Unfinished Tales of Númenor and Middle-earth)
- พ.ศ. 2523 (ค.ศ. 1980) กลอน และ นิทาน (ทั้งหมดของ การผจญภัยของทอม บอมบาดิลล์ The Homecoming of Beorhtnoth Beorhthelm's Son, On Fairy-Stories, Leaf by Niggle, Farmer Giles of Ham and Smith of Wootton Major)
- พ.ศ. 2524 (ค.ศ. 1981) จดหมายของโทลคีน
- พ.ศ. 2524 (ค.ศ. 1981) The Old English Exodus Text
- พ.ศ. 2525 (ค.ศ. 1982) Finn and Hengest: The Fragment and the Episode
- พ.ศ. 2525 (ค.ศ. 1982) Mr. Bliss
- พ.ศ. 2526 (ค.ศ. 1983) The Monsters and the Critics (เรียงความ)
- พ.ศ. 2526 (ค.ศ. 1983)-พ.ศ. 2538(ค.ศ. 1995) ประวัติมิดเดิลเอิร์ธ:
- The Book of Lost Tales 1 (1983)
- The Book of Lost Tales 2 (1984)
- The Lays of Beleriand (1985)
- กำเนิดมิดเดิลเอิร์ธ (The Shaping of Middle-earth) (1986)
- ถนนอันสาบสูญ และเรื่องอื่นๆ (The Lost Road and Other Writing)s (1987)
- เงาที่หวนคืน (The Return of the Shadow) (The History of The Lord of the Rings vol. 1) (1988)
- กบฎไอเซนการ์ด (The Treason of Isengard (The History of The Lord of the Rings vol. 2) (1989)
- สงครามแหวน (The War of the Ring) (The History of The Lord of the Rings vol. 3) (1990)
- การพ่ายแพ้ของเซารอน (Sauron Defeated) (The History of The Lord of the Rings vol. 4, including The Notion Club Papers) (1992)
- แหวนมอร์กอธ (Morgoth's Ring) (1993)
- สงครามอัญมณี (The War of the Jewels) (1994)
- พลเมืองแห่งมิดเดิลเอิร์ธ (The Peoples of Middle-earth) (1996)
- พ.ศ. 2538 (ค.ศ. 1995) J. R. R. Tolkien: Artist and Illustrator (ภาพวาดฝีมือโทลคีน)
- พ.ศ. 2541 (ค.ศ. 1998) Roverandom
- พ.ศ. 2541 (ค.ศ. 1998) Finn and Hengest
- พ.ศ. 2545 (ค.ศ. 2002) Beowulf and the Critics ed. Michael D.C. Drout
[แก้] อ้างอิง
- Biography: Carpenter, Humphrey (1977). Tolkien: A Biography. New York: Ballantine Books. ISBN 0-04-928037-6.
- Letters: Carpenter, Humphrey and Tolkien, Christopher (eds.) (1981). The Letters of J. R. R. Tolkien. London: George Allen & Unwin. ISBN 0-04-826005-3.