ราชวงศ์โจว
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ราชวงศ์โจว (เริ่มประมาณ ๑๑๒๓ ก่อน ค.ศ.)
หลังจากโจวอู่หวังโค่นราชวงศ์ซางลงแล้ว ได้ตั้งราชวงศ์โจวขึ้นแทน ได้เริ่มการปกครองด้วยระบบศักดินา คือแยกแผ่นดินออกเป็นแคว้นต่างๆ แล้วส่งเชื้อพระวงศ์แซ่ "จี" ของพระองค์ให้เป็นอ๋องไปปกครอง โดยพระองค์เป็นผู้มีอำนาจสูงสุด ราชวงศ์นี้สร้างความเจริญให้แก่บ้านเมืองมาก ทั้งด้านการเมือง การปกครอง ศิลปวัฒนธรรม ฯลฯ ราชวงศ์โจวมีอายุยาวนานกว่าราชวงศ์อื่นๆ คือ ประมาณ ๘๐๐ ปี แต่มีช่วงเวลา ที่เข้มแข็งจริงๆ ราวๆ ๓๕๐ ปี ที่เรียกว่า ราชวงศ์โจวตะวันตก หรือซีโจว
ต่อมา สมัยของโจวอิวหวาง กษัตริย์องค์ที่ ๑๒ ซึ่งหลงใหลมเหสีมาก มเหสีมีนามว่า เปาสี นางเป็นคนยิ้มไม่เป็น ทำให้อิวหวางกลุ้มใจมาก ถึงกับตั้งรางวัลไว้พันตำลึง สำหรับผู้ที่ออกอุบายให้นางยิ้มได้ วันหนึ่ง ได้ทำตัวเป็นเด็กเลี้ยงแกะ จุดพลุให้อ๋องต่างๆ เข้าใจว่า ข้าศึกมาบุกเมืองหลวงแล้ว เมื่อยกทัพมาถึงกลับไม่มีอะไร ทำให้เปาสียิ้มหัวเราะออกมาได้ อ๋องต่างๆ โกรธมาก แล้วในที่สุด ก็มีข้าศึกยกมาตีเมืองหลวงจริงๆ อิวหวางได้จุดพลุขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่มีอ๋องคนไหนเชื่อ เลยไม่มีใครยกทัพมาช่วย ข้าศึกจึงตีเมืองได้ อิวหวางถูกฆ่าตาย เปาสีถูกจับตัวไป ยิ้มของนางจึงเรียกว่า "ยิ้มพันตำลึงทอง" ซึ่งเป็นยิ้มที่นำความวิบัติ มาสู่ราชวงศ์โจวโดยแท้ ต่อมา พวกอ๋องต่างๆ ได้ยกทัพมาช่วยตีข้าศึก แล้วตั้งโจวผิงหวาง โอรสของโจวอิวหวาง เป็นกษัตริย์ต่อไป ราชวงศ์โจวจึงต้องย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่ลั่วหยาง (ลกเอี๋ยง) ทางตะวันออก เรียกว่า ราชวงศ์โจวตะวันออก หรือตงโจว หลังจากนั้น ราชวงศ์โจวก็บัญชาอ๋องต่างๆ ไม่ได้อีกต่อไป เนื่องจาก เกิดขึ้นโดยการโอบอุ้มของเหล่าอ๋อง เป็นกษัตริย์หรือประมุขเพียงในนาม
ยุคชุนชิว (ก่อน พ.ศ. ๒๒๗-พ.ศ. ๖๗)
เป็นยุคที่ราชวงศ์โจวอ่อนแอลง ทำให้แว่นแคว้นต่างๆ แตกแยกกัน เป็นก๊กเป็นเหล่าต่างๆ จิตใจคนเริ่มต่ำทรามลง แคว้นต่างๆ ทำสงคราม กลืนกันอุตลุตไปหมด ท่านขงจื๊อกับเหล่าจื๊อ ก็ได้มาเกิดในช่วงนี้เอง บุคคลที่มีชื่อเสียงในยุคนี้ก็เช่น ไซซี นางงามผู้ใช้มารยาหญิง เพื่อกู้ชาติบ้านเมือง, เยว่อ๋องโกวเจี้ยนและหวูอ๋องฟูไช, ซุนวู ผู้เขียนตำราพิชัยสงครามชื่อดัง (แต่ก็ต้องสยบให้กับมารยาหญิงของไซซี) ในหนังสือประวัติเจ้าแม่กวนอิมเล่มหนึ่ง ก็เขียนไว้ว่า เจ้าแม่กวนอิมก็ประสูติในยุคชุนชิวนี่เอง แต่ประเทศซิงหลินของพระองค์ อยู่ห่างจากจงหยวนของจีนมาก จึงไม่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบนัก (รู้ไว้ใช่ว่านะครับ จริงๆ เป็นอย่างไรก็ไม่รู้ เพราะไม่มีใครเกิดทันยุคนั้น หรืออาจจะเคยเกิดทันแต่ลืมไปหมดแล้ว) ขงจื๊อ (Confucius)
ยุคจ้านกว๋อ/เลียดก๊ก (พ.ศ. ๖๘-๓๒๒)
ความแตกแยกในยุคชุนชิวได้บานปลายขึ้นอีก แว่นแคว้นต่างๆ จึงรบกันอุตลุตไปหมด เพื่อชิงความเป็นใหญ่ จึงมีแต่ความวุ่นวายไปหมดทั้งแผ่นดิน (กลายเป็นแดนมิคสัญญี) แคว้นต่างๆ นับร้อยกลืนกันเอง จนเหลือเพียงไม่กี่แคว้นใหญ่ๆ เท่านั้น กษัตริย์ราชวงศ์โจวก็อ่อนแอมาก ไม่สามารถปราบปรามแคว้นต่างๆ ได้
ต่อมา ทางแคว้นฉิน (คนไทยเรียกจิ๋น แต่พ่อผมบอกว่า ภาษาจีนจริงๆ อ่านว่า ฉิน) มีการพัฒนามาจนเข้มแข็งมาก โดยการปฏิรูปของซางยาง นักปฏิรูปจอมโหด (ประวัติย่อๆ ของซางยางคือ เดิมเป็นคนแคว้นเว่ย ซึ่งอ๋องแคว้นเว่ยมองข้าม เลยมาสวามิภักดิ์แคว้นฉิน และได้แสดงความสามารถให้ฉินเซี่ยวอ๋องได้ประจักษ์ ต่อมา ได้ปฏิรูปกฎหมายต่างๆ โดยเน้นการเกษตรและการทหาร ภายใต้ความโหดเหี้ยมของกฎหมาย ระหว่างที่มีอำนาจ ได้สั่งประหารคนไปมากมาย ลงโทษคนของรัชทายาทอย่างเฉียบขาด แถมยังได้ยกทัพไปตีแคว้นเว่ยบ้านเกิดอีกด้วย ภายหลังที่ฉินเซี่ยวอ๋องสิ้นพระชนม์ลง ฉินฮุ่ยอ๋องรัชทายาทได้ครองราชย์ ซางยางก็หนีหัวซุกหัวซุน (เพราะเคยไปก่อกรรมทำเข็ญไว้) แต่ก็แพ้ภัยกฎหมายของตัวเอง เลยไม่มีใครกล้าให้ที่พำนัก แต่ต่อมา โดนผู้ที่เคยโดนสั่งลงโทษหักหลัง จับตัวไปให้ทางการ จึงถูกประหารโดยการฉีกร่าง (ห้าม้าแยกร่าง)) ฉินอ๋องได้ตีแคว้นต่างๆ ไว้ในอำนาจ และโค่นราชวงศ์โจวลงได้ (ก็เป็นอันว่า "เทียนมิ่ง" ของราชวงศ์โจว ก็สิ้นสุดลงเพียงเท่านี้) สุดท้ายก็ได้ครองทั้งแผ่นดิน ในสมัยของฉินอ๋อง อิ๋งเจิ้ง ได้ตีแคว้นต่างๆ ได้จนหมดทุกแคว้น โดยการช่วยเหลือของหลี่ซือ อัครเสนาบดีจอมโหด อิ๋งเจิ้งจึงได้สถาปนาราชวงศ์ฉินขึ้น แล้วบังคับให้ชาวจีนทั้งแผ่นดิน เรียกตัวเองว่า ชาวฉิน เป็นการตั้งชื่อประเทศ (จีน มาจาก ฉินหรือจิ๋น) เป็นครั้งแรก
ราชวงศ์จีน |
ราชวงศ์เซี่ย - ราชวงศ์ซาง - ราชวงศ์โจว - ราชวงศ์ฉิน - ราชวงศ์ฮั่น - ราชวงศ์จิ้น ราชวงศ์สุย - ราชวงศ์ถัง - ราชวงศ์ซ้อง - ราชวงศ์เหลียว - ราชวงศ์หยวน - ราชวงศ์หมิง - ราชวงศ์ชิง |