กงเต๊ก
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
กงเต๊ก เป็นคำสองคำประกอบกัน กง แปลว่า ทำแทน เต๊ก แปลว่า ทำให้ ดังนั้น กงเต๊ก หมายถึง การที่ลูกหลานทำบุญกุศลทั้งทำแทนตัวผู้ตายและทำให้ผู้ตายด้วย เพื่อให้ผู้ตายได้กุศลผลบุญมากพอที่จะไปขึ้นสวรรค์
สารบัญ |
[แก้] การเตรียมงาน
- ติดต่อซินแส หรืออาจารย์ (กรณีที่ต้องการให้มีการดูวันดี)
- ติดต่อเขตที่ผู้ตายอาศัยอยู่เพื่อออกใบมรณะบัตร
- ติดต่อร้านโลงศพ เกี่ยวกับเรื่องโลงศพ พิธีบรรจุศพ การเคลื่อนศพ ฯลฯ
- นิมนต์พระ เพื่อสวดใบพิธีบรรจุศพ
- ติดต่อวัดเพื่อจัดสวดพระอภิธรรม
- ติดต่อสมาคมจีนเพื่อให้ทางสมาคมช่วยในการดำเนินพิธีการต่างๆ
- ติดต่อคนรับจัดของเซ่นไหว้ (สามารถจัดการเองได้)
- ติดต่อผู้ใหญ่ที่นับถือให้เป็นผู้ตอกตะปูโลงศพ (อาจใช้คนของทางสมาคมก็ได้)
- ติดต่อพระเรื่องฝังศพ เพื่อสวดมนต์ในระหว่างพิธีฝังศพ
- ติดต่อสุสานที่ต้องการจะนำศพไปฝัง
- ติดต่อของว่างหรืออาหารในระหว่างสวดพระอภิธรรมศพ
[แก้] การเตรียมของให้สำหรับผู้ตาย
เมื่อญาติผู้ใหญ่เสียชีวิตลง สิ่งที่ลูกหลานจะต้องเตรียมมีดังต่อไปนี้
- ภาพของผู้ตายใส่กรอบสำหรับตั้งหน้าโลงศพ
- ของใช้ส่วนตัว เช่น
- เสื้อผ้าเย็บกระเป๋าทุกใบแบบไม่มีปม (ให้เลือกชุดที่ผู้ตายชอบ)
- รองเท้า
- ไม้เท้า
- แว่นตา (ถ้ามี)
- ฟันปลอม (ถ้ามี)
- ดอกบัว 3 ดอก
- ยอดทับทิม
- เอกสารประจำตัวผู้ตาย เช่นบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน เพื่อออกในมรณะบัตร
- เงินสด (ค่าใช้จ่ายกรณีเสียชีวิตที่โรงพยาบาล)
- ซองอั้งเปาหรือซองแดง (กรณีเสียชีวิตที่โรงพยาบาลเป็นเงินตอบแทนให้กับพยาบาล ที่ช่วยอาบน้ำและแต่งตัวให้ศพ)
- เตี๊ยบ (มีเฉพาะของผู้หญิง เป็นเสมือนใบประวัติของผู้ตาย ส่วนใหญ่จะประมูลได้มาจากพระพุทธบาท สระบุรี)
- หมายเหตุ เย็บกระเป๋าทุกใบ เพราะกระเป๋าถือเป็นแหล่งทรัพย์สมบัติ ความเจริญรุ่งเรืองที่จะทิ้งเอาไว้ให้ลูกหลาน
[แก้] เครื่องแต่งกายของลูกหลานในงาน
[แก้] ลูกชาย
ลูกชายของผู้ตายทั้งหมดและรวมหลานชายคนแรกที่เกิดจากลูกชายคนโต
- หมายเหตุ หลายชายคนแรกที่เกิดจากลูกชายคนโต ถือว่าเป็นลูกคนสุดท้ายของผู้ตาย
- ใส่ชุดผ้าดิบด้านใน
- ชุดกระสอบ ประกอบด้วย
- เสื้อ
- หมวกทรงสูง ถ้าลูกชายคนใดแต่งงานแล้วจะมีผ้าสี่เหลี่ยมเล็กสีขาว ส่วนคนที่ยังไม่แต่งงานจะเป็นสีแดงติดที่หมวก
- เชือกคาดเอวที่มีถุงผ้าเล็กๆ ห้อยไว้
- ไม้ไผ่ (เสียบไว้ที่เอว)
- หมายเหตุ ไม้ไผ่เปรียบเสมือนคบเพลิง เพื่อส่องทาง และ ป้องกันอันตรายขณะเดินทางไปฝังศพ
[แก้] ลูกสาวที่แต่งงานแล้วและลูกสะใภ้
- ใส่ชุดผ้าดิบด้านใน
- ชุดกระสอบ ประกอบด้วย
- เสื้อ
- กระโปรง
- หมวกสามเหลี่ยม จะมีผ้าสี่เหลี่ยมสีขาวเล็กติดที่หมวก
- เชือกคาดเอวที่มีถุงผ้าเล็กๆ ห้อยไว้ (กรณีของคนที่ตั้งท้อง จะไม่ใช้เชือกคาดเอวคาดไว้แต่ให้ผูกถุงเล็กๆไว้ที่ด้านขวาของ ชุดกระสอบบริเวณเอว)
[แก้] ลูกสาวที่ยังไม่แต่งงาน
- ใส่ชุดผ้าดิบด้านใน
- ชุดกระสอบ ประกอบด้วย
- เสื้อ
- หมวกสามเหลี่ยม จะมีผ้าสี่เหลี่ยมสีแดงเล็กติดที่หมวก
- เชือกคาดเอวที่มีถุงผ้าเล็กๆ ห้อย
[แก้] ลูกเขย
- ใส่ชุดเสื้อผ้าสีขาว
- ผ้าผืนยาวสีขาวสำหรับพันรอบ เอว และเหน็บชายผ้าทั้งสองข้างไว้ข้างเอว (คล้ายๆ ชุดในหนังจีน)
- หมวกเหมือนลูกชายแต่เป็นสีขาว
[แก้] หลาน
- ใส่ชุดเสื้อผ้าสีขาว
- หมวกผ้าสามเหลี่ยม
- กรณีที่เป็นหลายใน (ลูกของลูกชาย) หมวกจะเป็นสีขาว
- กรณีที่เป็นหลายนอก (ลูกของลูกสาว) หมวกจะเป็นสีฟ้า
ถ้าหลานคนใดยังไม่แต่งงานจะมีผ้าสี่เหลี่ยมสีแดงเล็กๆ ติดอยู่ ส่วนหลานคนใดแต่งงานแล้วจะเป็นผ้าสี่เหลี่ยมสีขาว
[แก้] รูปแบบการทำพิธีกงเต๊ก
- แบบพระจีนเป็นผู้ทำพิธี ซึ่งถ้าต่างนิกายก็มีรายละเอียดต่างกัน ที่เห็นชัดเจนคือช่วงงานพระศพสมเด็จย่า มีการทำ พิธีกงเต๊ก หลายครั้งมาก และจากต่างคณะพระจีนกัน
- แบบคนธรรมดาประกอบพิธี เป็นผู้ชายสวมชุดพระจีนสีขาว
- แบบกงเต๊กจีนแคะ จะเป็นนางหรือ "ชี" ทำพิธี แต่ไม่ใช่นางชีโกนหัว หากเป็นชีซึ่งเป็นสาวสวย แต่งหน้าทำผม สวยงาม บางท่านเรียกนางชีพวกนี้ว่า “เจอี๊”
[แก้] ขนาดในการทำพิธีกงเต๊ก
ขนาดในการทำพิธีกงเต๊กจะใหญ่ หรือเล็กขึ้นอยู่กับจำนวนพระที่นิมนต์มาสวด ถ้าเป็นกงเต๊กใหญ่จะต้องนิมนต์พระมาสวด 5 รูป ขึ้นไปอาจเป็น 5, 7, 9 หรือ 11 รูป ก็ได้หากนิมนต์พระ 5 หรือ 7 รูป มาสวดเรียกว่า “จับอ๊วง” หรือ “จับอ๊วงฉ่ำ” หากนิมนต์รพระ 9 รูปมาสวด เรียกว่า “โชยฮุดฉ่ำ” หากนิมนต์พระ 11 รูปมาสวด เรียกว่า “เทียงโค่วฉ่ำ” ถ้าเป็นกงเต๊กเล็กจะมี 2 อย่าง
- นิมนต์พระมาสวดรูปเดียว เรียกว่า “คุยหมั่งโหล่ว”
- นิมนต์พระมาสวด 3 รูป เรียกว่า “จุยฉ่ำ” คำว่า "ฉ่ำ" แปลว่า ถวายคือสวดมนต์ถวายพระพุทธและพระโพธิสัตว์นั่นเอง
[แก้] ช่วงเวลาในการทำพิธี
พิธีกรรมงานกงเต๊กจะแบ่งออกเป็น 3 ช่วงเวลา เช้า-บ่าย-ค่ำ โดยทางวัดจีนส่งคนมาจัดสถานที่และเตรียมสิ่งของแต่เช้าตรู่ ก่อนเริ่มพิธีร้านทำของกงเต๊กจะเอาของมาส่งให้ ลูกหลานตรวจนับรับของให้เรียบร้อย แล้วจัดการเอากระดาษทอง ที่เตรียมไว้มากมายล่วงหน้า ใส่ในบรรดาของกงเต๊กชนิดต่าง ๆ ให้มากที่สุด ซึ่งกระดาษเงินกระดาษทองจะมี 3 แบบด้วยกันคือ
- แบบตั่วกิม หรือจะเรียกว่าค้อซีก็ได้ เป็นกระดาษเงินกระดาษทองแบบแผ่นใหญ่ ลูกหลานเอามาพับเป็นแบบยาว ๆ แหลม ๆ
- แบบกิมจั้ว เป็นกระดาษเงินกระดาษทองแบบแผ่นเล็ก ลูกหลานเอามาม้วนกลม ๆ แล้วปิดหัวท้ายให้แหลม ๆ
- แบบทองแท่งสำเร็จรูป เรียกว่า กิมเตี๊ยว
[แก้] การทำพิธี
ช่วงเตรียมของกงเต๊กนี้ พระจีนจะเป็นผู้เขียน "ใบส่งของ" ให้เหมือนเป็นการจ่าหน้าซองจดหมาย เพื่อให้รู้ว่าผู้รับของคือใคร ผู้ส่งคือใคร ใบกระดาษบอกชื่อผู้ส่งผู้รับนี้ ต้องปิดบนของกงเต๊กทุกชิ้น เช่นเดียวกับที่ลูกหลานต้องเอาเสื้อของผู้ตาย เลือกตัวที่ผู้ตายชอบมากที่สุดเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ตายน่าจะจำลายผ้าได้เนื่องจากเสื้อผ้าจะต้องถูกตัดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เพื่อแปะติดไปกับของทุกชิ้น เพื่อที่ผู้ตายจะได้รู้ว่ากองของกงเต๊กที่เผาไปนี้เป็นของท่านและเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นมาเอาของผิดกองเช่นกัน เพราะแต่ละวันแต่ละวัดจะมีพิธีกงเต๊กซ้อนกันหลายงาน
จากนั้นพระจะประจำที่เพื่อเริ่มพิธีสวดมนต์ ลูกหลานจะใส่ชุดกระสอบเต๊มชุดใหญ่ นั่งประจำหน้าที่พระพุทธ ลูกชายนั่งหน้าสุด ลูกสะใภ้ลูกสาวนั่งแถวสอง ชั้นเขยและชั้นหลานนั่งแถวหลังตามมา ที่เบื้องหน้าลูกชายมีของกงเต๊ก 3 ชิ้นสำคัญ คือ
- ม้ากงเต๊ก
- นกกงเต๊ก
- โคมวิญญาณ ที่สถิติของวิญญาณผู้ตายระหว่างทำพิธีที่โคมกงเต๊กนี้ต้องนำเสื้อผู้ตายมาสวม และมีชื่อผู้ตายเขียนแปะไว้ด้วย
พิธีเริ่มด้วยการเปิดกลอง 3 ตูมดัง ๆ ปี่พาทย์มโหรีบรรเลงรับพระสวด ประสานมนต์ที่หน้าพระพุทธ และพระโพธิ์สัตว์ พิธีกรรมช่วงนี้ เรียกง่าย ๆ ว่า สวดเชิญพระลงมา คือนิมนต์ท่านเป็นประธาน พิธีให้บังเกิดความศักดิ์สิทธิ์และเป็นสิริมงคล ในช่วงระหว่างพิธีสวด หลังจากที่พระอ่านเอกสารที่เป็นชื่อวัด ชื่อผู้ตาย บ้านเลขที่ ซอย ถนน อันเป็นที่อยู่ของเรา และบรรดาชื่อลูกหลาน แล้วก็จะนำเอาเอกสารที่อ่านนั้นมาใส่ที่ม้ากงเต๊กพร้อมด้วยการทำพิธีที่ม้า ท่านจะเอาธูป 3 ดอก และเทียนเล่มหนึ่งมาวน ๆ ที่หัวม้า พร้อมสวดคาถาพึมพำ พรมน้ำมนต์จากขันเล็ก ๆ ด้วยนิ้วอย่างมีลีลาน่าดู แล้วใช้ใบทับทิมพรมตามอีกที จากนั้นพระจะสั่งให้ลูกชายคนโตยกม้ากงเต๊กขึ้นจบเพื่อให้เจ้าหน้าที่นำไปเผา ระหว่างพิธีตอนนี้พระรูปอื่นก็ยังสวดมนต์หมู่อยู่ หลังจากสวดอีกพอประมาณ พระรูปเดิมก็มาทำพิธีเพื่อส่งนกกงเต๊กไปเผาเช่นกัน พิธีกรรมก็เหมือนกันกับการเผาม้า ที่ม้าและนกจะมีเทวดานั่งอยู่ สันนิษฐานว่าท่านคงเป็นเทวทูต นำเอกสารของผู้ตายขึ้นไปบอกเง็กเซียนฮ่องเต้ ให้ทราบถึงการตายและพิจารณารับเอาวิญญาณผู้ตายขึ้นสวรรค์ พระสวดอีกครู่หนึ่ง เจ้าหน้าที่ก็นำบรรดาของไหว้คือ
- ข้าว 1 ชาม
- เหล้า 1 แก้ว
- น้ำชา 1 แก้ว
- กับข้าว 3 อย่าง
- ซาแซ 1 ชุด (หมู ไก่ เป็ด ปลา ตับ)
- ผลไม้ 5 อย่าง
- ชกก๊วย 1 อัน สีขาว และให้ลูกหลานจบถวาย เมื่อพระสวดเสร็จ ลูกหลานกราบพระ 3 ครั้ง
พิธีต่อมา คือ การเชิญวิญญาณผู้ตายมาร่วมพิธี มักทำในช่วงบ่ายต้น ๆ พระและลูกหลานย้ายมาที่บริเวณหน้าศพ มีการนำห้องน้ำกงเต๊กมาวาง ภายในห้องน้ำมีอ่างขาวใส่น้ำ ในน้ำมีเถ้ากระดาษเงินกระดาษทองเผาไว้ประหนึ่งเป็นน้ำมนต์ และผ้าขนหนูสีขาว ขั้นแรก เจ้าหน้าที่จะเอาเสื้อกงเต๊กมาให้ลูกชายไหว้จบ เพื่อเอาไปเผา โคมวิญญาณถูกย้ายมาตั้งด้านหน้า พิธีกรรมในช่วงนี้คือ การสวดเชิญวิญญาณมาเข้าพิธี คนจีนมีความเชื่อว่า คนเราเมื่อตายแล้ว เจตภูต จะสลายแยกเป็น “ซาฮุ้งซิกเพก” ซา แปลว่า สาม ฮุ้ง แปลว่า วิญญาณ ชิกเพก แปลว่า เป็นคำทางพระ 3 วิญญาณ
เมื่อคนตายแล้ว วิญญาณทั้งสามจะล่องลอย พระจะสวดเชิญดวงวิญญาณทั้งสามนี้ให้มาเข้าพิธี โดยจะเชิญให้ดวงวิญญาณหนึ่งสถิตที่โคมวิญญาณ ดวงหนึ่งสถิตอยู่ที่รูป ซึ่งเมื่อเสร็จงานศพ ลูกหลานจะนำไปขึ้นหิ้งบูชาที่บ้าน และอีกดวงหนึ่งจะสถิตอยู่ที่โลงศพ
ในระหว่างพิธี พระรูปหนึ่งจะเดินไปพรมน้ำมนต์ที่โคมวิญญาณ มีการเดินไปพรมน้ำมนต์ที่รูปผู้ตาย แล้วก็เลยเข้าไปพรมที่โลง พิธีกรรมในช่วงนี้จึงประหนึ่งการเชิญวิญญาณมาเพื่อสถิตอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า ทานอาหารเจ และฟังพระสวดมนต์
พิธีเริ่มเมื่อพระจุดเทียนขาวคู่ใหญ่ที่ตั้งหน้าโต๊ะไหว้ จุดธูป 3 ดอกให้ลูกชายคนโตไหว้ แล้วจึงเริ่มสวดมนต์ ที่เมื่อถึงตอนหนึ่งจะมีการส่งตัวคนใช้กงเต๊กไปรับใช้ผู้ตาย ลูกหลานต้องคิดชื่อคนใช้เตรียมไว้แล้วบอกพระ โดยมีหลักที่ถือกันว่าจะไม่ตั้งชื่อคนให้เด็ดขาด เพราะเกรงจะเป็นการแช่งคนเป็นให้เกิดเป็นบาปติดตัว
การทำพิธีส่งคนใช้ โดยพระรูปหนึ่งแยกจากการสวดมนต์มากวักมือเรียกสะใภ้ใหญ่ ถ้าไม่มีก็ลูกสาว พากันไปที่ ตุ๊กตาคนใช้ ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังโต๊ะไหว้ พระจะบอกบทให้ลูกสะใภ้พูดที่ตุ๊กตาชายว่า "..(เรียกชื่อตุ๊กตา)..ใช้ให้ทำอะไรต้องไปทำนะ" ว่าแล้วก็เอาธูปที่ติดไฟแดง ๆ จิ้มที่ติ่งหูตุ๊กตาหนึ่งที แล้วก็ไปทำอย่างเดียวกันนี้ที่ตุ๊กตาคนใช้ผู้หญิง ก็เป็นอันจบพิธีกรรมการส่งคนใช้กงเต๊กไปรับใช้ผู้ตาย
จนถึงตอนที่วิญญาณต้องอาบน้ำ พระก็จะไปพรมน้ำมนต์ที่ห้องน้ำกงเต๊ก ซึ่งห่อเสื้อผ้ากงเต๊กถ้ายังไม่ได้เผาแต่ก่อนเริ่มพิธีก็จะถูกเผาในช่วงนี้ ช่วงใกล้ ๆ จบก็เป็นการไหว้อาหาร ขนม และผลไม้ให้ผู้ตาย โดยบรรดาลูกชายที่นั่งแถวหน้า ฝ่ายลูกหลานแถวหลังก็ใช้การจับชายเสื้อคนข้างหน้าต่อ ๆ กัน เป็นการร่วมรับบุญ
เมื่อเสร็จพิธี ลูกสะใภ้จะถูกตามตัวให้ยกอ่างน้ำในห้องน้ำกงเต๊กไปเททิ้งตามธรรมเนียมที่ลูกสะใภ้ต้องปรนนิบัติพ่อแม่สามี ถ้าไม่มีสะใภ้ก็เป็นหน้าที่ลูกสาวไปแทน
ช่วงบ่ายแก่ ๆ เป็นการไหว้ใหญ่แก่บรรพบุรุษ ของไหว้ประกอบด้วย
- ข้าวสวย 6 ชาม
- เหล้า 6 แก้ว
- น้ำชา 6 แก้ว
- กับข้าว 5 อย่าง แบ่งเป็น 10 ชุด
- ซาแซ 1 ชุด
- ผลไม้ 5 อย่าง 1 ชุด
- ฮกก๊วยสีแดง 1 อัน
- อั่งถ่อก๊วย 12 อัน
- ข้าวสาร 5 กิโลกรัม 1 ถุง
- ส้ม 24 ใบ
- ขนมจันอับ 1 กิโลกรัม
- จำนวนถ้วยข้าว ตะเกียบ จะมี 6 ชุด
- ที่ปักธูปชุดที่ 1 วางกลาง คือชุดปักธูปไหว้อากง - อาม่า หรือบิดามารดา
- ที่ปักธูปชุดที่ 2 อยู่ขวา เป็นชุดปักธูปไหว้พ่อตาแม่ยายของคุณพ่อ มีคำจีนเรียกว่า หวั่วกงหวั่วม่า
- ที่ปักธูปชุดที่ 3 ตั้งทางซ้าย เป็นชุดปักธูปไหว้พี่น้องของคุณพ่อที่เสียชีวิตไปแล้ว
พระทำพิธีสวดมนต์จนถึงตอนที่ลูกหลานต้องทำการไหว้ อาหารให้บรรพบุรุษ เมื่อไหว้สำรับกับข้าวบนโต๊ะแล้ว ก็ตามด้วยการไหว้กระดาษเงิน กระดาษทอง
การไหว้หีบเสื้อผ้าให้บรรพบุรุษ ซึ่งจำนวนหีบเสื้อผ้านั้น จะไม่ถูกกำหนดไว้ตายตัว โดยจะนับตามจำนวนของลูกใน คือคนในแซ่ จึงได้แก่ฝ่ายชายและสะใภ้ส่วนลูกนอกคือลูกสาวถือว่าแต่งงานไปแล้วใช้แซ่อื่น คือไปเป็นคนในตระกูลอื่นก็จะไม่ไหว้และไม่ฝากหีบเสื้อผ้าไปให้ แต่ถ้าบ้านใดรู้สึกผูกผันอยากไหว้ ก็ไม่ใช่ว่าผิด แต่การไหว้หีบเสื้อผ้าให้ก็ต้องเสียสตางค์ซื้อมา ถ้าเราอยากเสียเงินเพิ่ม ก็เป็นสิทธิของเรา
เสร็จจากการไหว้บรรพบุรุษจะเป็นพิธี "ซึงกิมซัว" แปลว่า ทลายภูเขาทอง เพื่อเป็นนัยอวยพรให้ลูกหลานรุ่งเรือง โดยเป็นการแสดงรำธงของพระจีนปลอม คือผู้ชายใส่ชุดพระสีแดงพร้อมหมวกพระจีนออกมาแล้ว แสดงโชว์เป็นธรรมเนียมเฉพาะ ของคนจีนอำเภอเตี้ยเอี้ยและเป็นธรรมเนียมว่าลูกสาวที่ออกเรือนแล้วจัดมาไหว้บุพการีให้ได้ชมก่อนจะถึงพิธีกรรมการพาข้ามสะพานกงเต๊กไปไหว้พระพุทธในแดนสวรรค์
ก่อนเริ่มพิธีจะต้องมีการไหว้บูชา โดยลูกสาวที่ออกเรือนแล้วเท่านั้นมาจุดธูปไหว้ บอกผู้ตายว่าจะไหว้ "ซึงกิมซัว" โชว์ ที่หน้าโต๊ะไหว้ ที่ตั้งพิเศษอัญเชิญภาพปฏิมาขององค์อมิตาภพระพุทธเจ้ากับของพิเศษอย่างหนึ่งน่าสนใจมาก เป็นถาดใส่ข้าวสาร ขันน้ำมนต์ เหรียญสตางค์ พร้อมซองอั้งเปา นับตามจำนวนลูกของผู้ตาย ซึ่งถ้าลูกชายคนโตมีลูกชายคนโต ก็ต้องนับเพิ่มอีกหนึ่ง
[แก้] การข้ามสะพานกงเต๊ก
พิธีกรรมข้ามสะพานของลูกหลาน คือการที่พระพาดวงวิญญาณมาส่งยังเขตแดนสวรรค์ โดยมีลูกหลาน กตัญญูตามมาส่งด้วย นั่นเอง ส่งเสร็จก็ข้ามกลับโดยทุกครั้งที่ข้ามสะพานลูกหลานทุกคนต้องโยนสตางค์ลงในอ่างน้ำ ประหนึ่งเป็นการซื้อทางให้แก่ผู้ตายและตนเอง แต่จะมีข้อสำคัญว่า ถ้าลูกหลานที่เป็นผู้หญิงใครมีประจำเดือนจะไม่ให้ข้ามสะพาน
ก่อนเริ่มพิธีลูกชายคนโตจะถูกต้องไปไหว้บูชาสะพานไหว้ธูป 2 ดอก ขนม และกระดาษเงินกระดาษทอง
พิธีเริ่มจากการสวดมนต์ของพระที่ปะรำหน้าศพ สวดจนได้จังหวะของบทตอน พระทั้งหมดก็จะเดินขบวน โดยพระรูปที่ 2 จะเป็นผู้ถือโคมวิญญาณ ต่อจากแถวพระคือขบวนลูกหลาน โดยจะไล่ตามศักดิ์ และอาวุโส ลูกในที่นี้คือลูกชายนำหน้า ลูกชายคนโตคือหัวขบวน ตามด้วยลูกชายคนต่อ ๆ มา ถ้าลูกชายคนโตมีลูกชายตามศักดิ์แล้วลูกชายคนโตของลูกชายคนโตเท่านั้น ก็จะมาต่อท้าย เป็นลูกชายคนเล็ก แล้วจึงตามด้วยลูกสะใภ้ แล้วตามด้วยลูกสาว ตามด้วยลูกเขย แล้วตามด้วยชั้นหลาน
การข้ามสะพานจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือช่วงข้ามไปและช่วงข้ามกลับ ช่วงแรกจะเป็นการพา ดวงวิญญาณข้ามไปส่ง แดนสวรรค์ เมื่อข้ามไปถึงพระจะหยุดขบวน พระจะวางโคมวิญญาณลงกับที่ เหล่าพระทั้งหมดล้วนก้มกราบพระพุทธ มีการจุดธูป 3 ดอก ให้ลูกชายคนโตไหว้ เพื่อเป็นการไหว้พระพุทธแทนตัวผู้ตาย แล้วปักธูปลงในกระถางธูปของผู้ตายเอง จากนั้นขบวนพระก็จะพาขบวนลูกหลานข้ามกลับมายังโลกมนุษย์ โดยจะไม่ถือโคมวิญญาณกลับมาด้วย และขากลับจะต้องข้ามสะพานสวนทางกับขาไป ข้ามไปกี่รอบก็ต้องข้ามกลับจำนวนรอบเท่าเดิม
เมื่อถึงโลกมนุษย์ ขบวนพระก็หยุด ลูกชายคนโตจะนำกระถางธูปไปวางไว้ที่ปะรำหน้าศพ เจ้าหน้าที่จะนำหีบเสื้อผ้าของผู้ตายมาวางโดยมีโคมวิญญาณวางซ้อนบนหีบเสื้อผ้าอีกที จากนั้นลูกหลานนั่งฟังพระสวดต่อ จนจบหนังสือมนต์เล่มสุดท้าย ซึ่งทุกครั้งที่มีการสวดมนต์จบเล่ม พระจะต้องนำ หนังสือมนต์นี้มา ให้ลูกชายเปิดดู แล้วยกสวดมนต์นั้นขึ้นจบถวาย เล่มสุดท้ายก็เช่นกัน
เสร็จพิธี ลูกหลานจะกราบหน้าศพ 4 ครั้ง แล้วเหี่ยมหีบเสื้อผ้ากับโคมวิญญาณเพื่อนำไปเผา เช่นเดียวกับบรรดาของกงเต๊กอื่น ๆ ทั้งหมด ลูกหลานต้องช่วยกันเหี่ยมโดยมีหลักการว่าคนอื่นอาจช่วยยกของได้ แต่ลูกหลานเท่านั้นที่ต้องเป็นผู้เหี่ยมของกงเต๊กทั้งหลาย และต้องเหยี่มทุกชิ้นไม่ขาดตกสิ่งใด
[แก้] หมายเหตุ
ในการจัดงานศพแบบจีน ขณะที่แขกคารวะศพ ลูกหลาน ของผู้ตายจะนั่ง 2 ฝั่ง (ลูกชายจะนั่งอยู่ด้านซ้ายและลูกสาวจะนั่งอยู่ ด้านขวาของประรำหน้าศพ) โดยเรียงตามศักดิ์ ลูกในลูกนอกเฉพาะในฝั่ง ของผู้หญิงลูกสะใภ้จะนั่งอยู่หัวแถว เพราะถือว่าลูกสะใภ้เป็นลูกใน และ ลูกสาวที่แต่งงานออกไปเป็นลูกนอกหลังจากนั้นจึงต่อด้วยขบวนหลานๆ ตามลำดับ เพื่อก้มศีรษะขอบคุณแขกที่มาร่วมงาน
[แก้] รวมของที่ใช้ในงานกงเต๊ก
- ม้า
- นก
- โคม
- ห้องน้ำ
[แก้] ธรรมเนียมการกราบ
- พระ กราบ 3 ครั้ง
- คนตาย (แบบไทย) กราบ 1 ครั้งแบบไม่แบมือ
- คนตาย (แบบจีน)
- กราบ 4 ครั้งแบบแบมือ
- กราบแบบคุกเข่า โดยเอามือจับหัวเข่าแล้วก้ม คำนับ 3 ครั้ง (กรณีที่ผู้ตายมีอายุมากกว่า)
- ยืนคำนับ โดยการเอามือไว้ข้างลำตัวแล้วโน้มตัว คำนับ 3 ครั้ง (กรณีที่ผู้ตายมีอายุน้อยกว่าหรือเท่ากัน) หมายเหตุ กราบ 4 ครั้งหมายถึง พ่อ-แม่ พ่อ-แม่ มี ความเชื่อว่าถ้ากราบ 4 ครั้งแล้วลูกหลานจะโชคดีทุกเวลา
[แก้] อ้างอิง
- www.susarn.com