กลวิธีเขียนกลอน
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
กลวิธีการเขียนกลอน
ภาษาไทยสุดสวยด้วยศักดิ์ศรี บทกวีอ่อนหวานปานน้ำผึ้ง
วัฒนธรรมล้ำค่างามตราตรึง เหล่านี้จึงชี้ให้เห็นความเป็นไทย
บทกลอนเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ที่มีเอกลักษณ์และทรงคุณค่ายิ่ง นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกของผู้ที่ถ่ายทอด ที่ต้องการสร้างความเพลิดเพลิน
พลัง ความแข็งแกร่ง ผ่านตัวอักษรได้อย่างน่าอัศจรรย์ โดยเฉพาะกลอนแปดซึ่งเป็นกลอนที่อยู่ในความนิยมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและอนาคต ผู้ที่ขึ้นชื่อลือนามว่าแต่งกลอนแปด ได้ไพเราเหมาะสมที่สุดก็คือ ท่าน “สุนทรภู่” บรมครูแห่งวงการกลอนสุภาพ
การแต่งกลอนแปด นอกเหนือจากสาระและขั้นตอนการแต่งโดยทั่วๆไปตามที่ได้กำหนดไว้คือ กลอนแปด หนึ่งบทมี สี่วรรค หนึ่งวรรคมี เจ็ดถึงเก้าคำ แต่ที่นิยม
หนึ่งวรรคควรมี แปดถึงเก้าคำ หนึ่งบทสี่วรรค มีสัมผัสบังคับหรือสัมผัสนอก สามครั้ง
สัมผัสบังคับครั้งที่หนึ่ง ให้คำที่สาม ของวรรคที่สองไปคล้องจองกับคำสุดท้ายของวรรคที่ หนึ่ง
สัมผัสบังคับครั้งที่สอง ให้คำสุดท้ายของวรรคที่สาม ไปคล้องจองกับคำสุดท้ายของวรรคที่สอง
สัมผัสบังคับครั้งที่สาม ให้คำที่สาม ของวรรคที่สี่ไปคล้องจองกับคำสุดท้ายของวรรคที่สาม สัมผัสบังคับ หรือ สัมผัสนอก มีความหมายเดียวกันจะเรียกแบบไหนก็ถูก แต่ถ้าเรียกแล้วเกิดความไพเราะ น่าจะเป็นสัมผัสนอก แต่งกลอนแปดหนึ่งบท มีสัมผัสนอกสามครั้งแล้ว ถ้าเป็นการแข่งขันก็คงไม่ชนะ ถ้าไม่มีสัมผัสใน ในทุกวรรค แต่งกลอนแปดให้มีสัมผัสในดังนี้
ถ้าวรรคใดเขียนแปดคำ ก็ให้คำที่ห้า ไปคล้องจองกับคำที่หกหรือที่เจ็ด ถ้าวรรคใดเขียนเก้าคำ ก็ให้คำที่หก ไปคล้องจองกับคำที่เจ็ดหรือที่แปด
ถึงจะมีสัมผัสนอกสามครั้งตามกำหนดกฎเกณฑ์ พร้อมกับมีสัมผัสในทุกวรรคกลอนประกวดบทนั้นๆก็คงไม่ชนะอยู่ดี หากว่ากลอนบทนั้นมีสัมผัสซ้ำ หรือใช้คำซ้ำในสัมผัสนอก
แต่ก็ยังมีบางรูปแบบที่นักกลอนมือใหม่ไม่ทราบกฎและกติกาซึ่งจะทำให้บทกลอนนั้นๆขาดความไพเราะ เช่น สัมผัสเลือน สระเสียงสั้นคล้องกับสระเสียงยาว การใช้เสียงท้ายวรรค และตัวอย่างกลอนในลักษณะต่างๆที่ควรจดจำ