ซูสีไทเฮา
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ซูสีไทเฮา (ภาษาจีน: 慈禧太后; พินอิน: Cíxǐ Tàihòu ฉือสี่ไท่โฮ่ว) (29 พฤศจิกายน ค.ศ. 1835 – 15 พฤศจิกายน ค.ศ. 1908) หรือรู้จักกันในประเทศจีนว่า ไทเฮาฝ่ายตะวันตก (西太后) และพระนามแต่งตั้งว่า เสี้ยวชินเซียนฮองเฮา (孝欽顯皇后) พระนางทรงเป็นผู้นำที่ทรงอำนาจและอยู่เบื้องราชสำนักจีนในสมัยราชวงศ์ชิง พระนางทรงอยู่ในอำนาจตั้งแต่ ค.ศ. 1861 จนสิ้นพระชนม์ใน ค.ศ. 1908
นักประวัติศาสตร์พิจารณาแล้วว่าพระนางทรงตัดสินพระทัยอย่างดีที่สุดแล้วที่จะจัดการกับภาวะยากลำบากต่างๆ ในยุคนั้น แต่ด้วยความคิดอนุรักษ์นิยมของพระนางและชาติตะวันตกที่เข้ามามีอิทธิพลเหนือแผ่นดินจีนมากเรื่อยๆ ทำให้ราชสำนักและประเทศจีนในครั้งนั้นด้อยเรื่องเทคโนโลยีจนถูกต่างชาติครอบงำในที่สุด
ซูสีไทเฮาเป็นมเหสีในจักรพรรดิเสียงเฟิง (咸丰皇帝)หลังจากจักรพรรดิเสียนเฟิงสวรรคตในค.ศ. 1861 พระนางและฉืออันไทเฮา (慈安太后) ก็ได้ขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการแทนจักรพรรดิองค์น้อยนามถงจื้อ (同治皇帝) ผู้เป็นพระโอรสของจักรพรรดิเสียนเฟิงในฐานะฮองเฮาหรือพระราชชนนี ภายใต้การชักนำของพระอนุชาของจักรพรรดิเสียนเฟิง ไทเฮาทั้ง 2 ดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์จนถึงค.ศ. 1873 เมื่อจักรพรรดิถงจื้อทรงมีพระชนมายุที่สามารถขึ้นมีพระราชอำนาจได้
2 ปีต่อมา จักรพรรดิถงจื้อผู้ยังทรงพระเยาว์สวรรคต ซูสีไทเฮาฝ่าฝืนกฏการสืบสันตติวงศ์โดยนำหลายชายนาม กวางซวี (光绪皇帝) อายุเพียง 3 ขวบ ขึ้นมาเป็นจักรพรรดิองค์ต่อไป ไทเฮาทั้ง 2 พระองค์ก็ยังคงดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระจักรพรรดิเช่นเดิม จนเมื่อฉืออันไทเฮาสิ้นพระชนม์ในค.ศ. 1881 ซูสีไทเฮาจึงได้ขึ้นมีอำนาจเต็มเหนือแผ่นดินจีน
เมื่อจักรพรรดิกวางซวีผู้เป็นหลานของพระนางถึงพระชนมายุที่สามารถขึ้นมีพระราชอำนาจได้ พระนางก็วางมือจากการบริหารราชสำนัก ถึงกระนั้นก็ยังส่งสายลับของพระนางเข้าไปเป็นเครือข่ายในราชสำนักอยู่ดี หลังจากที่จีนแพ้สงครามกับญี่ปุ่น (ค.ศ. 1894-ค.ศ. 1895) จักรพรรดิกวางซวีก็ทรงเริ่มการปฏิรูปประเทศในหลายๆ ด้าน ซึ่งรู้จักกันในนาม "การปฏิรูปร้อยวัน" ส่งผลให้ซูสีไทเฮาทรงร่วมมือกับกองกำลังทหารซึ่งมีความคิดอนุรักษ์นิยมเช่นเดียวกับพระนางเข้ายึดพระราชอำนาจ และขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการอีกครั้ง นอกจากนั้น ยังทรงจับจักรพรรดิไปคุมขังในพระที่นั่งกลางทะเลสาบทางตะวันตกของนครต้องห้ามอีกด้วย
ในปีต่อมา ซูสีไทเฮาได้หนุนหลังกลุ่มจลาจลหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มที่ต่อต้านการปฏิรูปและต่อต้านชาวต่างชาติ ต่อมา กองกำลังทหารต่างชาติได้บุกเข้าพระราชวังต้องห้ามและยึดกรุงปักกิ่งไว้ได้ ทำให้ซูสีไทเฮาต้องยอมรับข้อตกลงสงบศึก และพระนางทำการปฏิรูปประเทศจีนตามข้อตกลงทั้งที่พระนางเคยขัดขวางจักรพรรดิไว้ พระนางดำรงพระราชอำนาจซึ่งลดลงเรื่อยๆ จนสิ้นพระชนม์ในค.ศ. 1908
จักรพรรดิกวางซวีสวรรคตก่อนพระนางซูสีไทเฮาเพียง 1 วัน มีรายงานว่าเป็นเพราะพระนางมีพระบัญชาให้วางยาปลงพระชนม์พระจักรพรรดิ
มีผู้กล่าวไว้ว่า พระราชอำนาจของพระนางซูสีไทเฮามีเทียบเท่ากับสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียในสมัยเดียวกัน อย่างไรก็ตาม นอกจากด้านการเมืองแล้ว พระนางทรงสร้างคุณประโยชน์ให้เป็นที่จดจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านศิลปะ เช่น งิ้ว และยังทรงก่อตั้ง สวนสัตววิทยาปักกิ่งในค.ศ. 1906 ซึ่งต่อมาสวนสัตววิทยาแห่งนี้เป็นสถาบันแรกที่ขยายพันธุ์หมีแพนด้าสำเร็จ
สำหรับชาวไทย อาจจะคุ้นเคยกับพระนางซูสีไทเฮาจากภาพยนตร์เรื่อง ซูสีไทเฮา และ จักรพรรดิโลกไม่ลืม (The Last Emperor) เมื่อนานมาแล้ว ที่แสดงภาพลักษณ์ของพระนางว่าเป็นผู้หญิงผู้ทรงอิทธิพลสูงสุดคนหนึ่งของประวัติศาสตร์จีน
พระนางซูสีสวรรคตเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2451(ค.ศ. 1908)